ติดต่อสอบถาม 092-399-7144

หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงานPsychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence

หลักสูตรอบรมพนักงาน, อบรมพนักงานทั่วไป

ปลดล็อกศักยภาพองค์กร ทลายความเงียบด้วย “ความปลอดภัยทางจิตวิทยา” อุปสรรคร้ายแรงที่บั่นทอนองค์กรยุคใหม่คือ “ปรากฏการณ์ความเงียบ” (Organizational Silence) ที่พนักงานเลือกที่จะไม่พูด ไม่ถาม และไม่กล้าคิดต่างเพราะความกลัว ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรม

(GE-12Ex) หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงานPsychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence

หลักการและเหตุผล

ในยุคที่บริบททางธุรกิจมีความผันผวน ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้การนำมาซึ่งระบบหรือเทคโนโลยีจะมีบทบาทและสำคัญมาก แต่ทรัพยากรที่สำคัญสุดยังคงเป็น “มนุษย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ยุคที่มีความหลากหลายของเจเนอเรชัน (Generation Diversity) กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลัก ล้วนให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสุขภาวะทางจิตใจในที่ทำงาน (Workplace Well-being) ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ตลอดจนการสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่หมายถึงนอกจากผลตอบแทนแล้ว การแสวงหาพื้นที่การทำงานที่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงตัวตน (Authenticity) ได้รับการยอมรับ และสามารถแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ความกังวลกำลังเป็นสิ่งสำคัญ

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หยั่งรากลึกในหลายองค์กรคือ การรักษาภาพลักษณ์ตามธรรมชาติของมนุษย์ ทำให้พนักงานมักเลือกที่จะ “เงียบ” เมื่อพบเจอความผิดพลาด ไม่กล้าตั้งคำถามเมื่อไม่รู้ ไม่กล้าเสนอไอเดียที่แตกต่างเพราะกลัวถูกมองว่าไม่เก่ง และไม่กล้าคัดค้านเพราะกลัวผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ปรากฏการณ์ความเงียบในองค์กร (Organizational Silence) นี้ นอกจากจะสร้างความอึดอัดใจและบั่นทอน ใช่เพียงแต่กับคนรุ่นใหม่ ยังส่งผลเสียร้ายแรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน (Business Performance) ทำให้องค์กรสูญเสียโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และเกิดความบกพร่องในการประสานงานภายในทีม

ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง “ความปลอดภัยทางจิตวิทยา” (Psychological Safety) จึงกลายเป็นคำตอบสำคัญที่องค์กรยุคใหม่ขาดไม่ได้ ความปลอดภัยทางจิตวิทยาไม่ใช่การทำตัวใจดีไปหมดทุกเรื่อง (Being Nice) แต่คือ “คุณลักษณะระดับกลุ่ม” (Team-Level Phenomenon) ที่ทุกคนในทีมมีความเชื่อร่วมกันว่า บรรยากาศในที่ทำงานที่ปลอดภัยพอ จะส่งเสริมความไว้ใจ ที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ และการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น ดังที่ได้มีหลายงานวิจัยรองรับ

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการปรับทัศนคติพื้นฐาน (Mindset) ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) ในบรรยากาศที่สนุกสนานและปลอดภัย เพื่อทลายกำแพงความกลัว สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้นำและทีมงาน ตลอดจนร่วมกันกำหนดข้อตกลงและเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ในหน้างานได้ทันที

วัตถุประสงค์หลักสูตร

  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมตระหนักถึงสัญญาณเตือนความเงียบในองค์กร รวมถึงเข้าใจกลไกการปกป้องตนเองในที่ทำงานที่บั่นทอนประสิทธิภาพการประสานงาน
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดการตระหนักรู้เท่าทันกลไกการการปกป้องตนเอง เพื่อสร้างการสื่อสารที่เปิดใจภายในทีม
  • เพื่อปรับทัศนคติของผู้เข้าอบรมต่อนิยามของความล้มเหลวเปิดรับการเรียนรู้จากความผิดพลาดร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้หลักการความจริงใจ ที่สอดคล้องกับความเข้าใจในการสื่อสาร
  • เพื่อเสริมสร้างทักษะและชุดเครื่องมือสำหรับผู้นำ ด้านความปลอดภัยในทีม
  • เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนมุมมองสะท้อนความคิด (Reflection) และสร้างพันธสัญญาใจร่วมกันในการลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในอนาคต

หัวข้อการอบรมและกำหนดการเบื้องต้น

ภาคเช้า

  • โมดูล 1: บทนำและการสำรวจทีม (The Reality Check)
    – ความเงียบในองค์กร
    – พฤติกรรมเอาตัวรอดในที่ทำงาน
  • โมดูล 2 : ก้าวข้ามความกลัว 4 ด้าน (Overcoming Fear)
    – กลไกการจัดการภาพพจน์
    – ถอดรหัสความเสี่ยง 4 ด้าน
    – การไว้ใจคนกับการไว้ใจทีม
  • โมดูล 3 : ความผิดพลาดอย่างชาญฉลาด (Intelligent Failure)
    – วิทยาศาสตร์ของการผิดพลาด
    – การปรับกรอบคิดสู่การปฏิบัติ

ภาคบ่าย

  • โมดูล 4 : หลักการความจริงใจและตรงประเด็น (The Radical Candor Approach)
    – โมเดลความจริงใจขั้นสุด
    – การหาจุดสมดุล และบริหารความขัดแย้ง
  • โมดูล 5 : เครื่องมือผู้นำเพื่อสร้างความปลอดภัยในทีม (The Leader’s Toolkit)
    – บันได 4 ขั้นสู่ความปลอดภัยทางจิตวิทยา
    – เครื่องมือพฤติกรรมสำหรับผู้นำ
  • โมดูล 6 : การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร  (Culture Transformation)
    – การสะท้อนความคิดและการเรียนรู้รายบุคคล
    – สรุปภาพรวมและแรงบันดาลใจในการสร้างวัฒนธรรม
  • Q&A

กลุ่มผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม

  • กลุ่มบุคลากรที่มีปัญหาการประสานงาน และการพัฒนางานร่วมกัน
  • กลุ่มบุคลากรหรือองค์กรที่ต้องการยกระดับสิ่งแวดล้อมการทำงาน
  • ระดับและส่วนงานที่เหมาะสม : ทุกระดับ (ควรได้รับความร่วมมือทั้งผู้นำและผู้ใต้บังคับบัญชา)

รูปแบบการอบรมและการจัดสถานที่

  • In-house Training จัดอบรมภายใน
  • ห้องประชุม อาคาร จัดแบบ กลุ่ม/หมู่คณะ (Clusters) (หรือตามสถานที่สะดวก)
  • ต้องการเครื่องฉาย (Projector) และไมโครโฟนเครื่องเสียง
  • การบรรยาย  60 %
  • กิจกรรมกลุ่ม / ฝึกปฏิบัติ Workshop และการนำเสนอผลงานกลุ่ม 40%
อ.ดา - ปรีดา ศิริชัยวัฒนานันท์ 

วิทยากรผู้อบรม

อ.ดา – ปรีดา ศิริชัยวัฒนานันท์   วิทยากรผู้เข้าใจเรื่อง “คน” เป็นอย่างมาก ด้วยจบทั้งสายบริหารธุรกิจ และจิตวิทยา จึงเชี่ยวชาญในหลายด้านของ Soft skills นอกจากนี้ด้วยประสบการณ์อันหลากหลายตั้งแต่เป็นพนักงานธรรมดาสู่ผู้บริหารและที่ปรึกษาธุรกิจ จึงสามารถถ่ายทอดทักษะอื่น ๆ เช่น โปรแกรม Office หรือ การตลาด และ framework ต่าง ๆ ได้ในแบบคนทำงาน เพราะมีหลักการว่าทุกความรู้ต้องนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง!

🔗 ดูประวัติวิทยากร

หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงาน
Psychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence