ปลดล็อกศักยภาพองค์กร ทลายความเงียบด้วย “ความปลอดภัยทางจิตวิทยา” อุปสรรคร้ายแรงที่บั่นทอนองค์กรยุคใหม่คือ “ปรากฏการณ์ความเงียบ” (Organizational Silence) ที่พนักงานเลือกที่จะไม่พูด ไม่ถาม และไม่กล้าคิดต่างเพราะความกลัว ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานและโอกาสในการสร้างสรรค์นวัตกรรม
(GE-12Ex) หลักสูตรการสร้างความปลอดภัยทางจิตใจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประสานงานPsychological Safety in the Workplace: Driving Team Excellence
หลักการและเหตุผล
ในยุคที่บริบททางธุรกิจมีความผันผวน ซับซ้อน และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แม้การนำมาซึ่งระบบหรือเทคโนโลยีจะมีบทบาทและสำคัญมาก แต่ทรัพยากรที่สำคัญสุดยังคงเป็น “มนุษย์” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อองค์กรก้าวเข้าสู่ยุคที่มีความหลากหลายของเจเนอเรชัน (Generation Diversity) กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้ามาเป็นกำลังหลัก ล้วนให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านสุขภาวะทางจิตใจในที่ทำงาน (Workplace Well-being) ค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง ตลอดจนการสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นี่หมายถึงนอกจากผลตอบแทนแล้ว การแสวงหาพื้นที่การทำงานที่พวกเขาสามารถแสดงออกถึงตัวตน (Authenticity) ได้รับการยอมรับ และสามารถแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร้ความกังวลกำลังเป็นสิ่งสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่หยั่งรากลึกในหลายองค์กรคือ การรักษาภาพลักษณ์ตามธรรมชาติของมนุษย์ ทำให้พนักงานมักเลือกที่จะ “เงียบ” เมื่อพบเจอความผิดพลาด ไม่กล้าตั้งคำถามเมื่อไม่รู้ ไม่กล้าเสนอไอเดียที่แตกต่างเพราะกลัวถูกมองว่าไม่เก่ง และไม่กล้าคัดค้านเพราะกลัวผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ปรากฏการณ์ความเงียบในองค์กร (Organizational Silence) นี้ นอกจากจะสร้างความอึดอัดใจและบั่นทอน ใช่เพียงแต่กับคนรุ่นใหม่ ยังส่งผลเสียร้ายแรงต่อประสิทธิภาพการทำงาน (Business Performance) ทำให้องค์กรสูญเสียโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และเกิดความบกพร่องในการประสานงานภายในทีม
ด้วยเหตุนี้ แนวคิดเรื่อง “ความปลอดภัยทางจิตวิทยา” (Psychological Safety) จึงกลายเป็นคำตอบสำคัญที่องค์กรยุคใหม่ขาดไม่ได้ ความปลอดภัยทางจิตวิทยาไม่ใช่การทำตัวใจดีไปหมดทุกเรื่อง (Being Nice) แต่คือ “คุณลักษณะระดับกลุ่ม” (Team-Level Phenomenon) ที่ทุกคนในทีมมีความเชื่อร่วมกันว่า บรรยากาศในที่ทำงานที่ปลอดภัยพอ จะส่งเสริมความไว้ใจ ที่ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพ และการทำงานร่วมกันที่ดีขึ้น ดังที่ได้มีหลายงานวิจัยรองรับ
หลักสูตรนี้มุ่งเน้นการปรับทัศนคติพื้นฐาน (Mindset) ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) ในบรรยากาศที่สนุกสนานและปลอดภัย เพื่อทลายกำแพงความกลัว สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้นำและทีมงาน ตลอดจนร่วมกันกำหนดข้อตกลงและเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ในหน้างานได้ทันที
วัตถุประสงค์หลักสูตร
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมตระหนักถึงสัญญาณเตือนความเงียบในองค์กร รวมถึงเข้าใจกลไกการปกป้องตนเองในที่ทำงานที่บั่นทอนประสิทธิภาพการประสานงาน
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดการตระหนักรู้เท่าทันกลไกการการปกป้องตนเอง เพื่อสร้างการสื่อสารที่เปิดใจภายในทีม
- เพื่อปรับทัศนคติของผู้เข้าอบรมต่อนิยามของความล้มเหลวเปิดรับการเรียนรู้จากความผิดพลาดร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจและสามารถประยุกต์ใช้หลักการความจริงใจ ที่สอดคล้องกับความเข้าใจในการสื่อสาร
- เพื่อเสริมสร้างทักษะและชุดเครื่องมือสำหรับผู้นำ ด้านความปลอดภัยในทีม
- เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้ถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนมุมมองสะท้อนความคิด (Reflection) และสร้างพันธสัญญาใจร่วมกันในการลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในอนาคต
หัวข้อการอบรมและกำหนดการเบื้องต้น
ภาคเช้า
- โมดูล 1: บทนำและการสำรวจทีม (The Reality Check)
– ความเงียบในองค์กร
– พฤติกรรมเอาตัวรอดในที่ทำงาน - โมดูล 2 : ก้าวข้ามความกลัว 4 ด้าน (Overcoming Fear)
– กลไกการจัดการภาพพจน์
– ถอดรหัสความเสี่ยง 4 ด้าน
– การไว้ใจคนกับการไว้ใจทีม - โมดูล 3 : ความผิดพลาดอย่างชาญฉลาด (Intelligent Failure)
– วิทยาศาสตร์ของการผิดพลาด
– การปรับกรอบคิดสู่การปฏิบัติ
ภาคบ่าย
- โมดูล 4 : หลักการความจริงใจและตรงประเด็น (The Radical Candor Approach)
– โมเดลความจริงใจขั้นสุด
– การหาจุดสมดุล และบริหารความขัดแย้ง - โมดูล 5 : เครื่องมือผู้นำเพื่อสร้างความปลอดภัยในทีม (The Leader’s Toolkit)
– บันได 4 ขั้นสู่ความปลอดภัยทางจิตวิทยา
– เครื่องมือพฤติกรรมสำหรับผู้นำ - โมดูล 6 : การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร (Culture Transformation)
– การสะท้อนความคิดและการเรียนรู้รายบุคคล
– สรุปภาพรวมและแรงบันดาลใจในการสร้างวัฒนธรรม - Q&A
กลุ่มผู้เข้าอบรมที่เหมาะสม
- กลุ่มบุคลากรที่มีปัญหาการประสานงาน และการพัฒนางานร่วมกัน
- กลุ่มบุคลากรหรือองค์กรที่ต้องการยกระดับสิ่งแวดล้อมการทำงาน
- ระดับและส่วนงานที่เหมาะสม : ทุกระดับ (ควรได้รับความร่วมมือทั้งผู้นำและผู้ใต้บังคับบัญชา)
รูปแบบการอบรมและการจัดสถานที่
- In-house Training จัดอบรมภายใน
- ห้องประชุม อาคาร จัดแบบ กลุ่ม/หมู่คณะ (Clusters) (หรือตามสถานที่สะดวก)
- ต้องการเครื่องฉาย (Projector) และไมโครโฟนเครื่องเสียง
- การบรรยาย 60 %
- กิจกรรมกลุ่ม / ฝึกปฏิบัติ Workshop และการนำเสนอผลงานกลุ่ม 40%

วิทยากรผู้อบรม
อ.ดา – ปรีดา ศิริชัยวัฒนานันท์ วิทยากรผู้เข้าใจเรื่อง “คน” เป็นอย่างมาก ด้วยจบทั้งสายบริหารธุรกิจ และจิตวิทยา จึงเชี่ยวชาญในหลายด้านของ Soft skills นอกจากนี้ด้วยประสบการณ์อันหลากหลายตั้งแต่เป็นพนักงานธรรมดาสู่ผู้บริหารและที่ปรึกษาธุรกิจ จึงสามารถถ่ายทอดทักษะอื่น ๆ เช่น โปรแกรม Office หรือ การตลาด และ framework ต่าง ๆ ได้ในแบบคนทำงาน เพราะมีหลักการว่าทุกความรู้ต้องนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง!

